น่าสนใจ

ค้นหา

Google+ Followers

Manager Online - Cyberbiz

Manager Online - Celeb Online

วันอังคารที่ 3 พฤษภาคม พ.ศ. 2554

ความรู้เรื่องคอร์ดกีต้าเพื่อปรับใช้กับ อูคูเลเล่

 (เท็นชั่น คอร์ด)จะไม่เป็นความลับอีกต่อไป ตอน1
สวัสดีครับวันนี้ผมจะมาแนะนำเรื่อง Tension Chord (เท็นชั่น คอร์ด) ก่อนอื่นผมต้องขอบอกนะครับว่าโดยส่วนตัวแล้วผมเล่นไม่ค่อยเก่ง ไม่ค่อยได้ฝึกภาคปฏิบัติซักเท่าไหร่ แต่พอจะมีความรู้เกี่ยวกับทฤษฎี ดนตรี อยู่บ้างเล็กน้อย ก็เลยอยากจะมาบอกต่อกับเพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ ป้าๆ น้าๆ อาๆ บางท่านที่ยังไม่รู้ คิดว่าน่าจะเป็นประโยชน์นะครับ

Chord (
คอร์ด) คือ เสียงของโน้ต ที่รวมตัวกันตั้งแต่ 3 เสียงขึ้นไป มีทั้งคอร์ด 3 เสียง / 4เสียง / 5เสียง และ อื่นๆ อีกมากมาย
Tension (
เท็นชั่น) แปลว่า ความตึงเครียด
Tension Chord (
เท็นชั่น คอร์ด) แปลว่าคอร์ดที่มีความตึงเครียด หรือการขยายขอบเขตของเสียงออกไป เขาว่ามาอย่างนั้น...อิอิ
Tension Chord (
เท็นชั่น คอร์ด) มีอยู่ในดนตรีทุกประเภท แต่ที่ใช้กันแบบไม่ประหยัดเลย ก็ในดนตรี Jazz นี่ใช้เยอะมาก มีทั้งโน๊ตเท็นชั่น ที่อยู่ในคีย์ และเท็นชั่นที่อยู่นอกคีย์ วันนี้ผมจะพูดถึง โน๊ตเท็นชั่นในคีย์อย่างเดียวก่อนนะครับ
ก่อนจะไปเรื่อง Tension Chord (เท็นชั่น คอร์ด) ผมจะพูดถึงที่มาที่ไปของคอร์ดก่อนละกันครับจะได้ไม่งง!!!!

ขอยกตัวอย่างจาก Scale Cmajor มันจะเข้าใจง่ายที่สุดแล้ว (เราควรจะรู้โน้ตบนคอกีตาร์ให้หมดก่อน หาได้จากกูเกิ้ลครับมีเยอะแยะมากมาย)
Scale Cmajor
ประกอบไปด้วยโน้ต C D EF G A BC
C
กับ D ห่างกัน 1ช่องบนคอกีตาร์ /D กับ E ห่างกัน 1ช่องบนคอกีตาร์
E
กับ F ช่องจะติดกัน บนคอกีตาร์ /F กับ G ห่างกัน 1 ช่องบนคอกีตาร์
G
กับ A ห่างกัน 1 ช่อง บนคอกีตาร์ /A กับ B ห่างกัน 1 ช่องบนคอกีตาร์
B
กับ C ช่องจะติดกันบนคอกีตาร์ พอจะเข้าใจไหมครับ ลองค่อยทำความเข้าใจไปทีละขั้นตอนนะครับ ไม่เข้าใจตรงไหนอ่านตรงนั้นให้เข้าใจก่อน ถ้าอ่านทีเดียวหมดมันจะเข้าใจยากครับ ค่อยทำความเข้าใจไปทีละขั้นนะครับ


****อันนี้สำคัญมาก ว่าโน้ตตัวไหน เป็นลำดับที่เท่าไหร่ ของสเกลไหน มันจะส่งผลกับหลายๆอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นโน๊ตเท็นชั่นที่ผมกำลังจะกล่าวถึง หรือเรื่องของโมด เรื่องอาร์เพ็กจิโอ้ และเรื่องอื่นๆอีกมากมาย มันจะอ้างอิงมาที่ตรงนี้หมดละครับ ตอนนี้ขอแค่ให้จำตรงนี้ให้ขึ้นใจก่อน เอาแค่ว่าโน้ตตัวไหน เป็นลำดับที่เท่าไหร่ ของสเกล C
C
เป็นโน้ตตัวที่ 1 ของ Cmajor Scale
D
เป็นโน้ตตัวที่ 2 ของ Cmajor Scale
E
เป็นโน้ตตัวที่ 3 ของ Cmajor Scale
F
เป็นโน้ตตัวที่ 4 ของ Cmajor Scale
G
เป็นโน้ตตัวที่ 5 ของ Cmajor Scale
A
เป็นโน้ตตัวที่ 6 ของ Cmajor Scale
B
เป็นโน้ตตัวที่ 7 ของ Cmajor Scale
C
เป็นโน้ตตัวที่ 8 หรือตัวที่1 นั่นเองของ Cmajor Scale (วนกลับมาเป็น Octave (อ็อคเท็ฟ) ต่อไป)
*****
ข้อสังเกตุ BC ติดกัน / EF ก็ติดกัน ******
Octave (
อ็อคเท็ฟ) คือ โน้ตเดียวกัน แต่เสียงสูงต่ำไม่เท่ากัน
ตัวอย่าง
จาก Note E สายเปล่าที่สาย 6 ข้ามไปถึง Note E ที่สาย6 ช่อง12 นี่คือ 1 Octave
จาก Note E สายเปล่าที่สาย 6 ข้ามไปถึง Note E ที่สาย2 ช่อง5 นี่คือ 2 Octave
จาก Note E สายเปล่าที่สาย 6 ข้ามไปถึง Note E ที่สาย1 ช่อง12 นี่คือ 3 Octave


คอร์ด 3 เสียง (Triad Chord) คือนำโน้ตในสเกล ตัว เว้น ตัว ก็จะได้ดังนี้
คอร์ด 3 เสียงทั้งหมดใน สเกล C Major จะได้ดังนี้
เริ่มจาก C เป็นตัวที่1 นับตัวเว้นตัว ก็จะได้ดังนี้ 1-3-5 คือ C-E-G คือ คอร์ด C
นับ D เป็นตัวที่1 นับตัวเว้นตัว ก็จะได้ดังนี้ 1-3-5 คือ D-F-A คือ คอร์ด Dm
นับ E เป็นตัวที่1 นับตัวเว้นตัว ก็จะได้ดังนี้ 1-3-5 คือ E-G-B คือ คอร์ด Em
นับ F เป็นตัวที่1 นับตัวเว้นตัว ก็จะได้ดังนี้ 1-3-5 คือ F-A-C คือ คอร์ด F
นับ G เป็นตัวที่1 นับตัวเว้นตัว ก็จะได้ดังนี้ 1-3-5 คือ G-B-D คือ คอร์ด G
นับ A เป็นตัวที่1 นับตัวเว้นตัว ก็จะได้ดังนี้ 1-3-5 คือ A-C-E คือ คอร์ด Am
นับ B เป็นตัวที่1 นับตัวเว้นตัว ก็จะได้ดังนี้ 1-3-5 คือ B-D-F คือ คอร์ด Bdim
ก็เป็นอันว่าครบทั้ง 7 คอร์ดของคอร์ 3 เสียงแล้ว (สเกลมี 7 โน้ต ฉันใดฉันนั้น จึงมีคอร์ดแค่ 7 คอร์ด นะโยม)


ต่อไปเรามาดูคอร์ด 4 เสียงกันบ้าง ก็ใช้ตัวเว้นตัวเหมือนกัน
เริ่มจาก C เป็นตัวที่1 นับตัวเว้นตัว ก็จะได้ดังนี้ 1-3-5-7 คือ C-E-G-B คือ คอร์ด Cmjor7
นับ D เป็นตัวที่1 นับตัวเว้นตัว ก็จะได้ดังนี้ 1-3-5-7 คือ D-F-A-C คือ คอร์ด Dm7
นับ E เป็นตัวที่1 นับตัวเว้นตัว ก็จะได้ดังนี้ 1-3-5-7 คือ E-G-B-D คือ คอร์ด Em7
นับ F เป็นตัวที่1 นับตัวเว้นตัว ก็จะได้ดังนี้ 1-3-5-7 คือ F-A-C-E คือ คอร์ด Fmajor7
นับ G เป็นตัวที่1 นับตัวเว้นตัว ก็จะได้ดังนี้ 1-3-5 คือ G-B-D-F คือ คอร์ด G7 (G dominant7)
นับ A เป็นตัวที่1 นับตัวเว้นตัว ก็จะได้ดังนี้ 1-3-5 คือ A-C-E-G คือ คอร์ด Am7
นับ B เป็นตัวที่1 นับตัวเว้นตัว ก็จะได้ดังนี้ 1-3-5 คือ B-D-F-A คือ คอร์ด Bm7b5 (บีไมเนอร์เซเว่นแฟลตไฟว์)
ก็เป็นอันว่าครบทั้ง 7 คอร์ดของคอร์ด 4 เสียงแล้ว (สเกลมี 7 โน้ต ฉันใดฉันนั้น จึงมีคอร์ดแค่ 7 คอร์ด นะโยม)
***
จำให้ได้นะครับว่า คีย์ซี มีแค่ 7 คอร์ด นี้เท่านั้น ถ้ามีคอร์ดอื่นถือว่าเป็นคอร์ดที่นอกคีย์ครับ เช่นเราเล่น C/Am/Dm/G7
/C/Am/F/Fm/C
อย่างนี้ Fm เป็นคอร์ดนอกคีย์ เพราะFm จริงๆแล้วเป็นคอร์ดที่2 ของEb Major Scale ลองเปลี่ยนหลายคีย์นะครับเราจะได้รู้ว่าคีย์ไหนมันมีคอร์ดอะไรบ้าง เราจะได้วิเคราะห์ เพลงได้ ว่าช่วงนี้มันใช้คีย์อะไร ใช้สเกลอะไรโซโล่
ต่อไปก็มาถึงพระเอกของเราซะที Tension Chord (เท็นชั่น คอร์ด)
หลักการเติมโน๊ตเท็นชั่น ให้คอร์ดมีดังนี้
คอร์ด Add (แอ๊ด) (ไม่ใช่แอ๊ดคาราบาวนะครับ) ใช้คอร์ด 3 เสียง แล้วเพิ่มโน้ตที่เราต้องการเข้าไปเลย แต่ต้องเป็นโน้ตในสเกลนะครับ
ตัวอย่างเช่น Cadd9 (ซีแอดนาย) คอร์ดซี 1-3-5 C-E-G เพิ่มตัวที่9 เข้าไปเป็น 1-3-5-9 C-E-G-D
Dm add9 (
ดีไมเนอร์แอ๊ดนาย) คอร์ด Dm 1-3-5 D-F-A เพิ่มตัวที่9 เข้าไปเป็น 1-3-5-9 D-F-A-E


คอร์ด Sus (ซัส) ใช้คอร์ด 3 เสียง แล้วตัดตัวที่ 3 ออก แล้วใส่โน๊ตเท็นชั่นที่เราต้องการเพิ่มเข้าไปแทนโน๊ตที่เราตัดออกได้เลย คอร์ดลักษณะนี้จะไม่บ่งบอกความเป็น ไมเนอร์ หรือเมเจอร์ (ผมเรียกคอร์ดนี้ว่าคอร์ดไม่ระบุสัญชาติ อิอิ..) โน้ตตัว 3 นั้นเป็นตัวบ่งบอก ความเป็น ไมเนอร์ หรือเมเจอร์ ลองดู คอร์ด Am 1-3-5 คือ A-C-E คอร์ด Amjor 1-3-5 คือ A-C#-E เห็นมั๊ยครับ ตัวที่3 ต่างกันแค่ครึ่งเสียง แต่อารมณ์ของคอร์ดก็เปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง มาเข้าเรื่องคอร์ด Sus กันต่อ


ตัวอย่างเช่น Csus9 (ซีซัสนาย ดีนะซัสนายไม่ได้ซัซเรา อิอิ...) คอร์ดซี 1-3-5
C-E-G
ตัดตัวที่3 ออก แล้วใส่ตัวที่9 เข้าไปแทนเป็นก็จะได้ 1-9-5 C-D-G


การทำคอร์ด 5 เสียงนั้น เป็นไปได้ยากบนกีตาร์ แต่สำหรับเปียนโนแล้วสบายมาก ดังนั้นการจะทำคอร์ด 5 เสียงบนกีตาร์นั้น
เราจำเป็นต้องตัดโน้ตบางตัวออก โดยใช้กลักการดังนี้

1.
เล่นคนเดียว ให้ตัดเอาตัว ที่ 5 ออก ได้เลย เพราะตัวที่ 5 มีความสำคัญน้อยที่สุด
ตัวอย่าง Cmajor7 โครงสร้าง 1-3-5-7 1 คือรูท หรือโน้ตตัวแรกของสเกลนั้น 3 คือ ตัวบ่งบอกความเป็นเมเจอร์ หรือ
ไมเนอร์ 5 คือตัวที่ทำให้คอร์ดฟังดูหนักแน่นขึ้น 7 เป็นตัวบ่งบอกความเป็นเมเจอร์ เซเว่น หรือ ดอมิแนนท์เซเว่น
จาก Cmjor7 โครงสร้าง 1-3-5-7 คือ C-E-G-B ผมจะเติมตัวที่ 4 (หรือ 11 มันคือโน้ตเดียวกัน) เข้าไป ผมก็ตัดตัวที่5 ทิ้ง
แล้วใส่ ตัว 11 เข้าไปจะได้ดังนี้ 1-3-11-7 C-E- F-B ก็จะได้คอร์ด Cmajor7 /11 (คอร์ดซีเมเจอร์เซเว่นอิเลฟเวน) ชื่อเหมือนร้านสะดวกซื้อใช้ไหมครับ


2. เล่นกับวง ใช้หลักการ 11 แทน 1ได้เลย หมายถึง เราจะเอาตัวไหนมาเติม ก็ ตัดตัวที่ 1 ทิ้งไปเลย แล้วเอาตัวที่เราต้องการ ใส่แทนเข้าไปเลย ที่ทำได้อย่างนี้ก็เพราะ ว่า โน้ตตัวแรก มือเบส ยังงัยก็ต้องเล่นอยู่แล้วครับ
ตัวอย่าง Cmjor7 โครงสร้าง 1-3-5-7 คือ C-E-G-B ผมจะเติมตัวที่ 4 (หรือ 11 มันคือโน้ตเดียวกัน) เข้าไป ผมก็ตัดตัวที่1 ทิ้ง ไปเลย แล้วเติมตัว 11 เข้าไป จะได้ 11-3-5-7 คือ F-E-G-B ลองสังเกตดูดีๆ มันจะกลายเป็นคอร์ดใหม่แล้วใช้มั๊ยครับ อันนี้จะถือว่าเป็นหลักการแทนคอร์ด ในดนตรี Jazz อีกแบบนึงครับ จริงๆแล้วมันคือคอร์ด Fsus2 7b5 






บทความนี้ผมจำไม่ได้แล้วครับว่าหามาจากไหน

Manager Online - กีฬา

Manager Online - หุ้น - การเงิน