น่าสนใจ

วันอังคารที่ 6 มีนาคม พ.ศ. 2555

กลวิธีเดินทางให้เซฟน้ำมัน

กลวิธีเดินทางให้เซฟน้ำมัน


ดร.พงษ์พิสิฏฐ์ วิเศษกุล ในฐานะนักวิชาการ เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เป็นวิทยากรและนักเขียนที่เชี่ยวชาญ
ในด้านสิ่งแวดล้อม มักใช้ข้อเขียนบอกเล่าถึงการอยู่บนโลกใบนี้อย่างประหยัด โดยเฉพาะพลังงาน

ครั้งนี้ ดร.พงษ์พิสิฏฐ์มีข้อเสนอให้กับทุกคนนำไปปฏิบัติเองได้ เริ่มต้นที่การเดินทางขนส่งใช้น้ำมันเป็นหลัก ที่ว่า

1) ทุกๆ 10 กิโลเมตรต่อชั่วโมงของความเร็วของรถยนต์ที่เพิ่มมากกว่า 90 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
จะทำให้รถยนต์คันนั้นสิ้นเปลืองน้ำมันเพิ่มขึ้นร้อยละ 10 เช่น หากเราขับรถด้วยความเร็ว 110 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
ขับรถด้วยความเร็วสูงกว่าจุดที่เครื่องยนต์มีประสิทธิภาพในการทำงานสูงสุดอยู่ 20 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
ซึ่งจะทำให้สิ้นเปลืองน้ำมันเพิ่มขึ้นร้อยละ 20 เทียบกับการขับรถด้วยความเร็ว 90 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
การที่ทุกคนขับรถเร็วสูงกว่า 90 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ลดความเร็วลง 10 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
ประเทศและเจ้าของรถยนต์ที่ลดความเร็วลงนั้น จะประหยัดน้ำมันลงได้ร้อยละ 10 ทันที ไม่มีการลงทุน
ไม่ต้องรอเวลา 5 ปี เพื่อปลูกปาล์มน้ำมัน 5 ล้านไร่ เพื่อมาผลิตไบโอดีเซลที่ทดแทนน้ำมันได้ร้อยละ 10 เท่ากัน

2) ส่วนเจ้าของรถทำได้ทันทีคือการเอาน้ำหนักบรรทุกที่ไม่จำเป็นออก
โดยเฉพาะที่อยู่นอกตัวรถ เช่น ตะแกรงบรรทุกของบนหลังคารถ
การใส่ตะแกรงบนหลังคารถโดยไม่มีการบรรทุกสิ่งของ จะเป็นการเพิ่มแรงเสียดทานของลม
ทำให้เสียน้ำมันไปอย่างเปล่าประโยชน์ร้อยละ 10-15 หากต้องการบรรทุกของควรบรรทุกภายในรถ ส่วนสิ่งของที่
ไม่จำเป็นไม่ควรบรรทุกไว้ในรถ เพราะจะเป็นการเพิ่มแรงเสียดทานให้กับล้อรถ ทำให้สิ้นเปลืองน้ำมันมากขึ้น

3) ส่วนที่จะทำให้ประเทศชาติและคุณประหยัดทั้งเงินและพลังงานเป็นจำนวนมหาศาล คือ
การใช้รถสาธารณะหรือคาร์พูล การไปไหนมาไหนด้วยกัน
นอกจากจะเป็นการประหยัดโดยการแชร์ค่าโดยสารแล้ว ยังจะทำให้ถนนมีจำนวนรถน้อยลง ปัญหาจราจรติดขัด
ปัญหาอากาศเป็นพิษในเมือง และปัญหาโลกร้อนด้วย
การที่เจ้าของรถหนึ่งคนไปทำงานโดยคาร์พูลหนึ่งวันต่อสัปดาห์ ทำให้เขาผู้นั้นลดการใช้น้ำมันลงได้ร้อยละ 20
และลดค่าใช้จ่ายด้านน้ำมันลงได้ร้อยละ 20 ด้วย
การวางแผนการเดินทางที่ดีทำให้ไม่หลงทาง หรือไปติดอยู่บนถนนโดยไม่จำเป็น
หรือการไม่ติดต่อนัดแนะกับผู้ที่จะเดินทางไปหาอย่างดี อาจเสียเที่ยวในการเดินทาง เสียเวลาและค่าใช้จ่ายโดย
เปล่าประโยชน์อีกด้วย การรวบกิจกรรมหลายๆ กิจกรรมในการใช้รถแต่ละครั้งจะลดการใช้น้ำมันและค่าใช้จ่ายได้

4) การซื้อรถยนต์คันต่อไปควรซื้อรถที่มีขนาดเล็กและน้ำหนักเบา
จะประหยัดน้ำมันกว่ารถขนาดใหญ่และหนัก เมื่อเปรียบเทียบรถยนต์ที่มีขนาดของเครื่องยนต์ใกล้เคียงกัน
รถยนต์ที่ใช้น้ำมันดีเซลจะมีประสิทธิภาพในการใช้พลังงานสูงกว่ารถยนต์ที่ใช้น้ำมันเบนซิน
ส่วนผู้ที่ซื้อรถยนต์ขนาดเล็กเพื่อใช้ในเมือง ควรเดินทางระหว่างเมืองหรือเดินทางระยะไกลด้วยรถสาธารณะ
หรือเช่ารถที่เหมาะสม เป็นครั้งเป็นคราวไป

ทำเท่านี้ก็ "อยู่ได้อย่างดี ไม่ต้องมีน้ำมัน" จริงหรือไม่จริง

การเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยี เป็นอีกวิธีหนึ่งที่ได้รับการยอมรับจากประชาชนทั่วไป
รถยนต์ไฮบริดจ์ เป็นรถที่ใช้เครื่องยนต์ดีเซลเดินเครื่องอย่างสม่ำเสมอเพื่อผลิตกระแสไฟฟ้าป้อนแบตเตอรี่ใน
การขับเคลื่อน เป็นเทคโนโลยีที่ใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ขณะที่เหยียบเบรกหรือลงจากเนินสูง
พลังงานที่ได้จากการเบรกหรือรถที่ไหลลงจากที่สูงจะถูกเก็บไว้ในแบตเตอรี่เพื่อใช้ขับเคลื่อนต่อไป

ขณะที่รถจอดบนถนนจราจรติดขัด เครื่องยนต์จะดับโดยอัตโนมัติ แล้วใช้พลังงานจากแบตเตอรี่แทน
เพื่อลดมลพิษในอากาศจากการเผาไหม้ของเครื่องยนต์ รถไฮบริดจ์ยังมีราคาแพงมากในปัจจุบัน
แต่เมื่อเป็นที่นิยมของตลาดมีการผลิตมากขึ้น ราคาจะถูกลงในอนาคต
เช่นเดียวกับเครื่องใช้ไฟฟ้าหลายชนิดที่ได้รับการพัฒนาจนมีประสิทธิภาพสูงกว่าในอดีตมาก

และนั่นสมควรได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐด้านการยกเว้นภาษี
เพื่อลดต้นทุนการผลิตและราคาขาย เป็นอีกทางเลือกหนึ่ง

ที่มา มติชน